บันทึกการฝึกงานฉบับหนีโควิดboonyawee
สิ่งที่เหลืออยู่
  •        พอมานึกดูว่านอกจากสิ่งที่เรียนรู้จากการฝึกงานแล้วเราได้อะไร

    คำตอบคือเราได้ใช้ชีวิต ชีวิตในแบบที่วาดฝันในตอนเด็ก พอโตขึ้นพ่อกลับมีเวลาไปส่งเราที่ฝึกงานแทน ในขณะที่ตอนเด็กต้องนั่งรถโรงเรียนไปเสมอ มันต่างกันนะเพราะเราได้คุยกันระหว่างทาง ถกกันหลาย ๆ เรื่อง พ่อแก่ขึ้น ส่วนเราเองก็โตขึ้น เราไม่ใช้เด็กหญิงที่รอให้พ่อหอมแก้มก่อนไปทำงานอีกแล้ว

    เรามักไปถึงที่อมรินทร์ประมาณ 7 โมงครึ่ง เริ่มงานตอนเก้าโมง ระหว่างรอก็นั่งทำงานที่ค้างคา บางครั้งมันก็เสร็จก่อนเริ่มงาน พ่อบอกหากออกช้ากว่านี้รถคงติดและเราอาจไปสาย อีกทั้งทุกครั้งที่ไปฝนมักตกเสมอ เรากลายเป็นหญิงสาวที่มาพร้อมสายฝน แต่ฝนตกในกรุงเทพไม่ใช่เรื่องอภิรมย์นัก แน่นอนว่ามันเปียกปอน น้ำท่วมและรถติด สิ่งดี ๆ คือการได้เห็นต้นไม้เขียวชอุ่ม อย่างน้อยนั่นก็นับเป็นเรื่องดี ๆ ในวันที่ฝนพร่ำ

    //อนาคต

    ตอนพี่ข้าวตูถามว่าเราอยากทำอะไรในอนาคต เรานิ่งเงียบ แอบนึกในใจว่าเราดูไม่เก่งทางไหนแบบสุดทางเลย จะทำอะไรดี เราคิดอะไรไม่ออกหลังฝึกงานจบเรารู้สึกถึงความสำเร็จอีกขั้น นึกขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่แม้จะยุ่งแต่ก็ยังเป็นห่วงเราเสมอ เราเองก็พูดไม่เก่งนัก หวังเพียงขอให้พี่ ๆ ทุกคนมีความสุขกับการทำงาน สุขภาพแข็งแรง และปิดเล่มอย่างสวยงาม ทุกฝ่ายแฮปปี้ พี่ ๆ แฮปปี้

    หลังจากฝึกงานเสร็จสิ้น เรานอน นอนและนอน คิดอยากจะเขียนอะไรก็เขียนไม่ออก ในหัวเหมือนมีก้อนไหมพรมที่พันกันไปมาและเราก็ไม่แม้แต่จะคิดแก้ 

    เราวาดหวังว่าช่วงวัย 21 จะทะเยอทะยานและเต็มไปด้วยไฟฝัน แต่ในความเป็นจริงเราเหมือนรถเก่า ๆ ที่ต้องรอใครมาเข็นถึงจะเร่งเครื่องต่อไปได้ เราคุยกับเพื่อนเรื่องความฝันและอนาคต ทุกคนวาดฝันแต่มันก็พร่ามัว เราเหลืออะไรเป็นแรงผลักดันกัน

    ว่างเปล่าเหมือนกันนะการโตเป็นผู้ใหญ่  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in